ทำไมคนไทยต้องระวังโรคลมแดด?
ประเทศไทยมีอากาศร้อนชื้นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิอาจสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส โรคลมแดด (Heat Stroke) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ความแตกต่างระหว่างอาการต่าง ๆ จากความร้อน
| ภาวะ | อาการ | ความรุนแรง |
|---|---|---|
| ร้อนระอุ (Heat Cramps) | กล้ามเนื้อเป็นตะคริว เหงื่อออกมาก | เบา |
| เพลียแดด (Heat Exhaustion) | อ่อนเพลีย หน้ามืด คลื่นไส้ เหงื่อออกมาก | ปานกลาง |
| ลมแดด (Heat Stroke) | ตัวร้อนจัดไม่มีเหงื่อ สับสน หมดสติ | รุนแรง/ฉุกเฉิน |
อาการของโรคลมแดดที่ต้องระวัง
- อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส
- ผิวหนังร้อนแดง แห้ง ไม่มีเหงื่อ
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
- สับสน พูดไม่รู้เรื่อง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- หัวใจเต้นเร็ว
- หมดสติหรือชัก
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
หากพบผู้ที่มีอาการของโรคลมแดด ควรปฏิบัติดังนี้:
- โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที
- นำผู้ป่วยออกจากแสงแดดไปอยู่ในที่ร่มหรือห้องแอร์
- ถอดเสื้อผ้าออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
- ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว หรือพ่นน้ำเย็นแล้วพัดลม
- วางน้ำแข็งไว้บริเวณรักแร้ ขาหนีบ และคอ
- ห้ามให้ดื่มน้ำ หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว
วิธีป้องกันโรคลมแดด
- ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน โดยไม่ต้องรอให้กระหาย
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลา 10.00–16.00 น.
- สวมเสื้อผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี
- ใช้ครีมกันแดดและสวมหมวกปีกกว้าง
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนในอากาศร้อน
- ไม่ทิ้งเด็กหรือผู้สูงอายุไว้ในรถยนต์ที่จอดกลางแดด
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมแดด ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว คนที่ทำงานกลางแจ้ง และนักกีฬาที่ออกกำลังกายหนักในที่ร้อน ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับบุคคลเหล่านี้ในช่วงหน้าร้อน
สรุป
โรคลมแดดเป็นภาวะฉุกเฉินที่รักษาได้หากได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ดูแลตัวเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกลจากโรคลมแดดโดยการดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงความร้อนจัด